บางคนใช้ทั้งชีวิต วิ่งหาความสุข แต่กับบางคน อยู่กับความสุขใกล้ๆ ตัว
สำหรับบางคน ชีวิตคือการวิ่งไล่ล่า “ความสุข” และดูเหมือน ความสุข ก็ยิ่งจะอยู่ห่างออกไปเสมอ
พวกเขาเชื่อว่าความสุขที่แท้จริงจะมาถึงเมื่อได้ครอบครองบางสิ่ง ได้บรรลุเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ หรือได้ไปถึงจุดสูงสุดที่ใฝ่ฝัน จึงทุ่มเทแรงกายแรงใจทั้งหมดเพื่อไขว่คว้าสิ่งเหล่านั้น บางครั้งก็เหน็ดเหนื่อยจนแทบจะหมดแรง แต่ความสุขที่คาดหวังก็ยังไม่ได้ครอบครองซักที
การ “วิ่งหาความสุข” นั้น ชีวิตของพวกเขามักเต็มไปด้วยเป้าหมายอันยิ่งใหญ่ ความสำเร็จในหน้าที่การงาน ทรัพย์สินเงินทอง หรือชื่อเสียงเกียรติยศ และมักมองว่าเป็นปลายทางที่จะนำมาซึ่งความสุขสมบูรณ์ พวกเขาอาจทุ่มเทแรงกายแรงใจอย่างไม่หยุดหย่อน เพราะเชื่อว่าความสุขที่แท้จริงจะปรากฏขึ้นเมื่อไปถึงจุดที่ใฝ่ฝัน แต่บ่อยครั้งการวิ่งตามหาอย่างไม่หยุดหย่อนก็อาจนำมาซึ่งความเหนื่อยล้า และความรู้สึกว่า “ความสุข” นั้นเลื่อนลอยออกไปอยู่เสมอ ไม่ว่าจะไขว่คว้าได้มามากแค่ไหนก็ตาม
ในขณะที่สายตา ความคิด ของเราจับจ้องไปที่เส้นขอบฟ้าอันไกลโพ้น มองหาความสุข ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ ความพิเศษที่ไม่เหมือนใคร
แต่ในความเป็นจริง ความสุข ไม่ได้มีรูปแบบตายตัว และไม่จำเป็นต้องยิ่งใหญ่หรือพิเศษเสมอไป
ความสุขอยู่ใกล้แค่เอื้อม เช่น รอยยิ้มของคนที่เรารัก เสียงทักทายจากพ่อแม่ เสียงหัวเราะของเพื่อนสนิท ความอบอุ่นจากสัตว์เลี้ยงแสนรัก แสงแดดยามเช้าที่สาดส่องเข้ามาในห้อง กาแฟหอมกรุ่นในตอนเช้า หรือแม้แต่การได้หายใจอย่างสงบในธรรมชาติ สิ่งเหล่านี้คือความสุขที่เรียบง่าย แต่กลับมีพลังและคุณค่ามหาศาล
ความสุขอยู่ใกล้กว่าที่คิด และอยู่ตรงหน้าเราเสมอมา เพียงแค่เราเปิดใจมองเห็นและซาบซึ้งกับมัน เรียนรู้ที่จะมีความสุขกับ “ตอนนี้” และ “สิ่งที่มี”
แท้จริงแล้วความสุขอยู่กับเรามาตลอดนั้นเอง










